0




The Place Promised in Our Early Days เป็นหนังแนววิทยาศาสตร์ที่แสนจะโรแมนติก หนังเล่าเรื่องของการพลัดพราก สงคราม โลกคู่ขนาน และการตามหา...
หนังเรื่องนี้เป็นผลงานแอนนิเมะขนาดยาวเรื่องแรกของผู้กำกับ มาโกโตะ ชินไค ( Voices of a Distant Star, 5 Centimeters Per Second ) ที่กวาดรางวัลเป็นว่าเล่น เป็นหนังที่ทำให้ชื่อถูกกล่าวขวัญถึงในวงกว้าง และถูกยกย่องในฐานะ "มิยาซากิคนต่อไป"
คำสัญญาของสามเรา
หลังสงครามโลก ญี่ปุ่นถูกแบ่งแยกเป็นเหนือ-ใต้ ฝ่ายเหนือเรียกว่า"สัมพันธมิตร" อยู่ภายใต้การยึดครองของสหรัฐอเมริกา ส่วนฝ่ายใต้อยู่ภายใต้การปกครองของ"สหพันธ์" (อาจจะถูกยึดครองโดยฝ่ายสหภาพโซเวียต) โดยที่ฝ่ายใต้ยึดครองพื้นที่ตั้งแต่เกาะฮอกไกโดลงไป ซึ่งตอนนี้เกาะฮอกไกโดเดิม ถูกเรียกชื่อใหม่ว่า"เอโซ" ส่วนฝ่ายเหนือยึดครองพื้นที่ เกาะฮอนชูกับคิวชู มีเมืองหลวงที่เดิมคือโตเกียว
และจนถึงตอนนี้สถาณการณ์ชายแดนก็ยังคงตรึงเครียด และมีทีท่าว่าจะเกิดสงครามระหว่างเหนือ-ใต้ เพราะทางฝ่ายสหพันธ์ ได้มีการสร้างหอคอยที่สูงเสียดฟ้าบริเวณเกาะเอโซ ซึ่งติดกับชายแดน โดยที่ทางฝ่ายเหนือสงสัยว่า หอคอยนี้จริงๆแล้วมันคืออาวุธทำลายล้าง
"เธอมักพูดเสมอว่า รู้สึกเหมือนสูญเสียอะไรบางอย่างไป
ตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจ ว่าเธอหมายความว่ายังไง..."
ที่เมืองอาโอโมริ ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนฝ่ายใต้โดยที่มีช่องแคบซึการุกั้นกลาง ที่นี่มองเห็นหอคอยฮอกไกโด ได้อย่างชัดเจน ฮิโรกิกับทาคุยะมีความฝันร่วมกันว่า วันหนึ่งพวกเขาจะไปที่หอคอยนั้นให้ได้
ถึงจะอยู่เพียงชั้นปี 3 ของมัธยมต้น แต่ทั้งสองคนดูจะมีความสามารถในเรื่องของเครื่องยนต์กลไกเป็นพิเศษ พวกเขาได้ร่วมกันสร้างเครื่องบินขนาดเล็กขึ้นมา โดยที่อาศัยการทำงานพิเศษให้กับโรงงานผลิตอาวุธที่อยู่ที่นั่น เพื่อจะได้แลกกับอุปกรณ์ หรือเงินเพื่อไปซื้ออุปกรณ์มาทำเครื่องบิน โดยที่พวกเขาตั้งใจว่าปิดเทอมหน้าร้อนนี้จะออกบินไปที่หอคอยฮอกไกโด
"เราตั้งชื่อเครื่องบินนั้นว่า วาเลเซียลา
และเราจะไปยังหอคอยแห่งนั้น โดยข้ามพรมแดนไป"
ซายูริ อยู่ห้องเรียนเดียวกันกับฮิโรกิและทาคุยะ เธอมักจะมีความฝันแปลกๆเสมอ และดูเหมือนว่าทั้งฮิโรกิและทาคุยะจะแอบชอบเธอเธอ แต่ฮิโรกิดูจะแสดงอาการชัดเจนกว่า  วันหนึ่งทาคุยะเจอกับซายุริโดยบังเอิญที่ร้านหนังสือ ระหว่างทางกลับบ้านเขาชวนเธอให้ไปดูเครื่องบินที่เขากับฮิโรกิกำลังช่วยกันสร้างอยู่
ซายูริ ดูจะตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอเห็นเป็นอย่างมาก จนอดไม่ได้ที่จะชื่นชมสองหนุ่มอย่างออกหน้าออกตา ฮิโรกิกับทาคุยะเล่าความฝันให้ซายุริฟัง และเอ่ยปากชวนเธอให้ไปเสียด้วยกัน ซายูริตอบตกลงโดยไม่ลังเล ที่เป็นเช่นนั้นอาจจะเป็นเพราะคุณปู่ของเธออยู่ที่ฝ่ายใต้ และเป็นคนที่ออกแบบหอคอยนั้น
หลังจากถูกแบ่งแยกเป็นเหนือ-ใต้ หลายครอบครัวถูกแยกจากกัน และเหมือนจะเป็นบาดแผลที่ฝังอยู่ในใจคนรุ่นนั้นเรื่อยมา การมีอยู่ของหอคอยฮอกไกโด จึงเป็นเสมือนดาบที่คอยทิ่มแทงใจ ทำให้เกิดขบวนการใต้ดินที่มีเป้าหมายในการรวมชาติอีกครั้ง โดยมีคานาเบะ หัวหน้าโรงงานผลิตอาวุธ ที่ฮิโรกิกับทาคุยะทำงานพิเศษอยู่ เป็นหัวหน้าขบวนการนั้น
จริงอยู่ที่สำหรับคนรุ่นก่อนมองหอคอยในภาพที่เจ็บปวด แต่ยิ่งเวลาผ่านไป คนรุ่นใหม่ๆที่ไม่ได้ร่วมสมัย ต่างก็มีความคิดที่ต่างไป อย่างฮิโรกิ ทาคุยะและซายูริ มองมันเป็นความฝันและเป้าหมาย ที่จะต้องไปเยือนให้ได้ และพวกเขาก็ได้ให้คำสัญญาระหว่างกัน
"ฉันคิดว่าช่วงเวลานี้ สถานที่แห่งนี้ จะคงอยู่ตลอดกาล
หอคอยที่อยู่ด้ายหลังหมู่เมฆ ที่ฉันชื่นชมมาตลอด
ได้กลายเป็นสถานที่สำคัญแห่งคำมั่นสัญญาระหว่างเรา
ในตอนนั้น...พวกเราไม่ได้หวาดกลัวอะไรเลย
จริงๆแล้ว โลกรอบๆตัวเรากำลังเปลี่ยนไป
แต่กระนั้น การเชื่อมั่นในตัวเพื่อน การมีอยู่ของซายูริ ก็เป็นทุกอย่างบนโลกนี้สำหรับฉัน"
แต่ก่อนที่คำสัญญาที่ให้กันไว้จะเป็นจริง ซายูริ ก็หายตัวไป โดยที่ฮิโรกิกับทาคุยะไม่รู้เรื่องอะไรเลย ทิ้งไว้เพียงความทรงจำถึงเสียงไวโอลินอันไพเราะของเธอ ที่ยังคงก้องอยู่ในใจที่สับสนของทั้งคู่ ถึงจะเป็นหน้าร้อนที่แสนพิเศษ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ขึ้นบิน...และนั่นก็ทิ้งบาดแผลบางอย่างไว้ในใจของพวกเขา
3 ปีต่อมา
หลังจบมัธยมต้นทาคุยะ ที่มีความสามารถทางฟิสิกส์ ได้เข้าไปทำงานกับหน่วยงานของรัฐบาล ที่ทำการวิจัยเรื่องหอคอยฮอกไกโด ถึงจะเป็นเพียงเด็ก ม.ปลาย แต่ความสามารถของเขาก็ได้รับการยอมรับ
ส่วนฮิโรกิ เลือกที่จะหนีจากเมืองอาโอโมริ ขึ้นเหนือมาเรียนมัธยมปลายที่โตเกียว แต่ถึงอย่างไรในวันที่อากาศดี ที่โตเกียวก็สามารถมองเห็น หอคอยฮอกไกโด ได้อยู่
"เมื่อฉันกลับมาถึงห้องและปิดประตูเงียบ
กระดูกของฉันเหมือนจะทิ่มแทงผิวหนังออกมา
เหมือนกับว่าฉันยังเอาชนะความเจ็บปวดนั้นไม่ได้
นี่ฉันรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้ ตั้งแต่เมื่อใหร่กันนะ...
พอมาอยู่คนเดียว กลางคืนดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด
บางครั้งก็ไม่รู้ตัวเองว่าฉันควรจะทำอะไรดี
ไปยืนอยู่ตามสถานีรถไฟบ้าง เหมือนกับว่าฉันกำลังคอยใครสักคนอยู่
และเมื่อฉันรู้สึกเบื่อ ฉันก็จะเดินกลับบ้านให้ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้
...ในเมืองที่มีประชากร 30 ล้านคน ไม่มีใครเลยที่ฉันอยากเจอ
แต่ก็มีบางวันที่ฉันฝันถึงซายูริ ในฝันนั้นฉันกำลังตามหาเธอ
รู้สึกเหมือนว่าเธออยู่ในที่ที่หนาวเหน็บ...
แต่สุดท้าย ฉันก็ไม่เคยหาเธอพบเลย
รู้สึกแต่เพียงการมีอยู่ของเธอ ที่ทำให้ใจฉันสั่นรัว
และความรู้สึกนั้นก็ยังคงอยู่....แม้ยามฉันตื่น
เหมือนกับว่า...ทั้งโลกนี้มีตัวฉันเพียงคนเดียว"
วันหนึ่งฮิโรกิได้รับจดหมายจากคานาเบะเจ้านายเก่า ในนั้นมีจดหมายที่เขียนไว้โดยซายูริ เมื่อ 3 ปีก่อน ฮิโรกิ เหมือนมีพลังและมีความหวังที่จะตามหาซายูริให้เจอ
จริงๆแล้วซายูริเป็นโรคประหลาด ที่ช่วงเวลาของการหลับของเธอนั้น จะยาวนานขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งฤดูร้อนเมื่อ 3 ปีก่อน เธอหลับและก็ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย และดูเหมือนจิตใต้สำนึกของเธอจะไปติดอยู่ที่ไหนสักแห่ง ที่ที่มีเพียงเธอคนเดียวบนโลกใบนี้ ในฝันของเธอ ซายูริรู้สึกเหมือนกำลังตามหาอะไรบางอย่าง บางสิ่งที่ดูอบอุ่น บางสิ่งที่ยังทำให้เธออยากมีชีวิตต่อไป
หอคอยฮอกไกโก
จากศึกษาพบว่าหอคอยฮอกไกโด ที่สร้างโดยคุณปู่ของซายูรินั้น เป็นศูนย์กลางของการแทนที่โลกนี้ด้วยโลกคู่ขนาน รอบๆหอคอยนั้นกลายเป็นพื้นที่โลกอื่นไปเรียบร้อยแล้ว
และดูเหมือนว่าการแทนที่ของโลกใหม่ จะขึ้นอยู่กับสภาวะการหลับหรือตื่นของซายูริ ยิ่งเธอใกล้ที่จะตื่นเมื่อใหร่ โลกคู่ขนานก็ยิ่งแผ่อาณาเขตปกคลุมโลกใบเดิมมากขึ้นเท่านั้น หน่วยงานที่ทาคุยะทำงานอยู่ จึงนำตัวซายูริมาเก็บไว้ โดยคงสภาวะการหลับของเธอไว้ โดยที่เขาเองก็ไม่รู้มาก่อน
ฮิโรกิกลับไปเมืองอาโอโมริอีกครั้งเพื่อตามหาซายูริ และเขากลับพบว่าเธอถูกย้ายออกจากโรงพยาบาลไปไม่นาน ด้วยสายใยบางอย่างระหว่างฮิโรกิกับซายูริ ทำให้โลกที่อยู่ขนานถูกเชื่อมติด มือที่เขาเอื้อมออกไปในที่ที่ว่างเปล่า กลับมีมือของซายูริที่เกาะกุมมือของเขาไว้ ปรากฏภาพสถาณที่แห่งคำมั่นสัญญาที่พวกเขาเคยให้ไว้ต่อกัน
"ที่ผ่านมา....ฉันตามหาเธอมาตลอด" ทั้งคู่บอกแก่กัน
การได้พบเจอกันอีกครั้ง ได้เติมความชุ่มชื้นให้หัวใจที่แห้งผากของฮิโรกิ และต่อความหวังในการมีชีวิตอยู่ของซายูริ พวกเขาได้ให้คำสัญญากันอีกครั้ง
"บางทีฉันอาจฝันไปเองก็ได้...
แต่ว่าความอบอุ่นของซายูริ ที่สัมผัสกับมืองฉัน
ยังคงไหลผ่านผิวหนังของฉันอยู่เลย
ในตอนนี้ หลังจากที่ผ่านมานานแสนนาน
พวกเราจะต้องทำสัญญานั้นให้เป็นจริง"
วาเลเซียลา
ในอีกไม่กี่ชั่วโมง หลังจากพบว่าหอนั้นคืออาวุธทำลายล้าง ฝ่ายเหนือก็จะประกาศสงครามกับฝ่ายใต้ ฮิโรกิที่ได้รับการช่วยเหลือจากทาคุยะ และคานาเบะ ช่วยกันทำให้วาเลเซียลาขึ้นบินครั้ง โดยที่ทาคุยะนั้นพาร่างของซายูริ หนีออกมาจากศูนย์วิจัย เพื่อให้ฮิโรกิพาเธอไปยังหอคอยด้วย
ขบวนการใต้ดินที่นำโดยคานาเบะ ได้ติดตั้งหัวรบจรวดไว้กับวาเลเซียลา โดยที่ทันทีที่ ซายูริ ตื่นขึ้น ฮิโรกิจะต้องยิงจรวดเพื่อทำลายหอคอยนั้นทันที ไม่เช่นนั้นโลกจะถึงจุดจบ
The Place Promised in Our Early Days บอกเล่าเรื่องราวของความเจ็บปวดของการพลัดพราก การค้นหาสิ่งสำคัญ ความฝันที่จะกลับมาพบกันอีกครั้ง การเริ่มต้นใหม่และโอกาสครั้งที่สอง
"นี่...ซายูริ นี่ไงล่ะที่ที่พวกเราเคยสัญญากันไว้" ฮิโรกิบอกกับซายูริที่กำลังหลับไหล
"เครื่องบินลำนี่...วาเลเซียลานี่" ซายูริรำพึงกับตัวเองขณะจ้องมองมันจากอีกโลกหนึ่ง
พลันที่โลกที่ไร้ผู้คนนั้นก็ค่อยๆหายไป
"ความฝัน...มันกำลังหายไป
ฉันพึ่งจะเข้าใจตอนนี้เอง ว่าอะไรคือสิ่งที่ฉันรู้สึกว่าหายไป!
ฉันคิดออกแล้ว...พระเจ้า..ได้โปรดเถิด"
 ซายูริภาวนา
"ได้โปรดเถิด...ปลุกเธอจากความฝันเสียที" ฮิโรกิบอก
"ถ้าฉันตื่นขึ้น ได้โปรดอย่าให้ความรู้สึกนี้หายไปเลย
ฉันต้องการรส่งผ่านมันให้กับฮิโรกิ
ความรู้สึกต่างๆ ของฮิโรกิ ที่ส่งผ่านมาถึงฉันในความฝันของเรา
อยากให้เขารู้ว่า มันพิเศษกับฉันแค่ไหน
ในโลกที่ไม่มีใครอยู่เลยแห่งนี้
ฉันใช้ความพยายามมากแค่ไหนที่จะตามหาเขา
เขาใช้ความพยายามแค่ไหนที่เรียกหาฉัน
และฉันชอบเขามากแค่ไหนจนถึงตอนนี้
ตราบใดที่ฉันสามารถบอกกับเขา ฉันก็ไม่ต้องการอะไรอย่างอื่นอีกแล้ว"
เมื่อซายูริลืมตาขึ้น หอคอยก็เริ่มทำงาน โลกเก่ากำลังถูกแทนที่ แต่สิ่งเดียวที่ฮิโรกิคิดถึง คือซายูริที่ตื่นขึ้นมาจากโลกแห่งความฝันต่อหน้าเขาในตอนนี้
"ซายูริ..." ฮิโรกิเรียกเธอด้วยเสียงแผ่วเบา
"ฮิโรกิ...ฉันมีบางอย่างที่ฮยากจะบอกกับเธอ บางอย่างที่สำคัญมาก"
"แต่...มันหายไปแล้ว ฉันจำมันไม่ได้"
 ซายูริน้ำตาไหลเอ่อล้นสองตา
"ไม่เป็นไรหรอก...เธอตื่นขึ้นมาแล้ว"
"จากนี้ต่อไป...เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะนะ"
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ ซายูริ"
จรวดถูกปล่อยจาก วาเลเซียลา หอคอยฮอกไกโดพังทลายลง และนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่การถูกแบ่งแยก จะจบลงเสียที
fat_kj
//
ตัวอย่างหนัง The Place Promised in Our Early Days

แสดงความคิดเห็น

 
Top